วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ตะวันยอแสง 11/04/53

"ได้...เราเป็นเพื่อนกัน ยอแสงให้ใจบุญได้ทุกอย่าง ถ้ามันเป็นความสุขของใจบุญ"

"หวังว่าเธอจะรักษาคำพูด" ใจบุญแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ รู้สึกผิดต่อเพื่อน รีบหันหลังเดินหนี

ฝ่ายนพดลได้ยินทุกคำพูด รีบมาดักหน้าใจบุญ ต่อว่าที่เธอพูดแบบนั้นกับยอแสง ใจบุญไม่อยากฟังคำตำหนิใดๆ ทั้งสิ้น ที่ทำไปทุกอย่างก็เพื่อแม่ เธอยืนยันว่าจะต้องแต่งงานกับศักดิ์ระพีให้ได้

"ถ้าคิดว่าทำถูกแล้ว...ก็เชิญเถอะ" นพดลผิดหวังในตัวใจบุญมาก จะเดินหนี

ใจบุญไม่อยากเสียเขาไป รีบดึงมือไว้ ขอร้องว่าอย่าเพิ่งทิ้งเธอไป นพดลไม่พอใจมาก ผลักใจบุญพ้นทาง เดินหนีไปอย่างไม่ไยดี ใจบุญมองตามนพดลด้วยน้ำตาคลอเบ้า

"เธอไม่รู้หรอกว่า ฉันเจ็บปวดแค่ไหนที่ต้องทำร้ายเพื่อนรักของฉัน แต่ฉันไม่มีทางเลือก"

ooooooo

ตกค่ำวันเดียวกัน ยอแสงทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับใจบุญ เอาแหวนที่ศักดิ์ระพีให้ไปวางไว้บนโต๊ะหัวเตียงในห้องของเขา แล้วกลับมาที่เรือนแพ คว้ากระเป๋าใส่เสื้อผ้า เดินมารอเรือจ้างที่ท่าน้ำ อินตา ซึ่งมาเฝ้าดูนเรนทร์ เห็นยอแสงก็แปลกใจ รีบเข้ามาทักว่าจะไปไหน

"ไปที่ไหนก็ได้ ไปให้ไกลจากบ้านหลังนี้ ลุงอินช่วยพายอแสงไปที" ยอแสงรีบลงเรือแจวของอินตาแล้วขอให้รีบออกจากที่นี่...ด้านศักดิ์ระพีเข้ามาในห้องนอน เจอแหวนวางอยู่ เอะใจ รีบตรงไปยังเรือนแพ ไม่เห็นแม้แต่เงาของยอแสง กลับเข้าไปบอกคุณใหญ่ว่ายอแสงหายไป แล้วสั่งฟ้อนออกตามหา...

หลังจากอินตารู้ว่ายอแสงหนีออกจากบ้านเดชาบดินทร์ โดยไร้จุดหมาย สงสารเธอมาก ตัดสินใจพาไปพบสายซึ่งรออยู่ ที่ศาลาวัดริมน้ำ ยอแสงเห็นแม่ดีใจมากวิ่งเข้าไปกอดด้วยความคิดถึง สายนิ่งอึ้งอยู่ในอ้อมกอดของยอแสงหรือตะวัน พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดของสาย

วันนั้นที่โรงเก็บศพหลังวัด พริ้มเพราลากสายไปที่โลงศพ ขู่ว่าเมื่อไหร่ที่เจอตัวตะวัน สายกับลูกจะต้องตายเหมือนศพที่อยู่ในโลงนี้ เธอจะฆ่าตะวันและทุกคนที่ขวางทาง สายกรีดร้องลั่น สะดุ้งสุดตัวตื่นจากภวังค์ จ้องหน้าตะวันนิ่ง ความทรงจำทุกอย่างกลับคืนเมื่อเห็นว่าลูกปลอดภัย

"ตะวัน...ลูกยังไม่ตาย...ลูกตะวันยังไม่ตาย...แม่คิดถึงลูกเหลือเกิน"

"ตะวันก็คิดถึงอ้อมกอดของแม่ คิดถึงเสียงเพลงกล่อมนอนของแม่ แม่อย่าหนีตะวันไปไหนอีกนะจ๊ะ ตะวันจะไม่ยอมให้แม่ไปไหนอีกแล้ว"

สายพยักหน้ารับคำ ก่อนหันไปเห็นอินตายืนอยู่ จำได้ เรียก "พี่อินตา" ตะวันแปลกใจ ถามว่าใช่พ่ออินตาของเธอหรือเปล่า อินตารีบปฏิเสธว่าไม่ใช่เพราะเจียมตัวว่าเป็นไอ้ขี้คุก จึงเดินหนี ตะวันปราดเข้ามาขวาง น้ำตาไหลพรากตื่นเต้นดีใจ จำพ่ออินตาได้ แต่กว่าอินตาจะยอมรับว่าเป็นพ่ออินตาของตะวัน เธอต้องร้องไห้สะอึกสะอื้น อ้อนวอนขอร้องอย่างน่าสงสาร

"พ่ออินตาจ๋า...อย่าหนีตะวันไปอีกเลยนะจ๊ะ ไม่ว่าพ่อจะเป็นอะไร พ่อก็คือพ่ออินตาของตะวัน ตะวันรักและคิดถึงพ่อเหลือเกิน"

อินตาทนเห็นน้ำตาของลูกไม่ไหว โผเข้ากอด ร้องไห้ไปด้วย สายตามมาโอบกอดสองพ่อลูกไว้ดีใจที่ได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา...

ขณะเดียวกัน ศักดิ์ระพีร้อนใจมากที่ฟ้อนเข้ามารายงานว่าตามหายอแสงไม่เจอ นึกขึ้นได้รีบตรงไปบ้านธาดา ทุบประตูเรียกธาดาเสียงดังลั่น พร้อมมิตรกับจิตรใสที่อยู่บ้านติดกันได้ยินเสียงเอะอะเลยชวนกันมาดู ธำรงกับธาดาเปิดประตูบ้านออกมา ศักดิ์ระพีกระชากเสื้อธาดาเข้ามาถามด้วยความโมโห

"เอายอแสงไปไว้ที่ไหน"

ธาดาไม่เข้าใจว่าพูดอะไร ศักดิ์ระพีไม่รอคำตอบ ผลักธาดาพ้นทาง จะเข้าไปค้นหายอแสงในบ้าน แต่ธาดาขวางไว้ ทั้งคู่เลยวางมวยกันอุตลุด พร้อมมิตรกับจิตรใสเข้าไปแยกสองหนุ่มออกจากกัน ศักดิ์ระพีอ้างว่าเห็นยอแสงกับธาดาตกลงกันเมื่อตอนเย็น เพราะฉะนั้นธาดาต้องรู้ว่ายอแสงอยู่ที่ไหน

"ผมไม่รู้ ผมถามยอแสง แต่เธอปฏิเสธผม...ถามตัวคุณเองดีกว่า คุณทำให้เธอเสียใจอีกแล้วใช่ไหม เธอถึงหนีไปอย่างนี้"

ศักดิ์ระพีนิ่งอึ้ง ห่วงยอแสงมาก ผลุนผลันออกไปตามหาที่อื่น ธาดาคิดว่าเขาจะหนี ตามไปจะเอาเรื่อง แต่ธำรงรีบดึงไว้ ไม่อยากให้เรื่องราวลุกลามใหญ่โต...ในเวลาต่อมา พร้อมมิตรเอายามาทาแผลให้ธาดาไปพลางบ่นอุบที่เขาอยู่ดีไม่ว่าดี ดันไปหาเรื่องศักดิ์ระพีจนต้องเจ็บตัว

"คุณก็เข้าข้างพวกของคุณ อาเล็กของคุณเป็นคนไม่ดี ทำให้ยอแสงเสียใจกี่ครั้งแล้ว แค่นี้ยังน้อยไป คิดแล้วเจ็บใจ น่าจะเล่นงานให้หนักกว่านี้" ธาดาไม่วายคุยโม้ ทั้งที่ตัวเองเจ็บตัวมากกว่า

พร้อมมิตรเกิดหึงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว แกล้งทำแผลแรงๆ จนธาดาเจ็บร้องโอดโอยลั่น ขอร้องเบาๆมือหน่อย พร้อมมิตรหมั่นไส้ บอกเขาให้เลิกห่วงยอแสงได้แล้ว ห่วงตัวเองก่อนดีกว่า

"ผมห่วงยอแสงแล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย"

พร้อมมิตรงอน โยนสำลีและยาใส่ธาดา แดกดันว่าเก่งนักก็ทำแผลเองแล้วกัน ก่อนเดินหนีไปหน้าตาเฉย ธาดางง จิตรใสซึ่งยืนอยู่ด้วย มองตามด้วยความสงสัยว่าพร้อมมิตรเริ่มมีใจให้ธาดา...

ทางด้านตะวันนอนหนุนตักแม่ ฟังเพลงขลุ่ยของพ่อยิ้มมีความสุข บอกทั้งคู่ว่าตอนนี้เธอเรียนจบแล้ว จะทำงานหาเลี้ยงพ่อกับแม่เอง เราสามคนจะไม่ต้องลำบากอีกต่อไป ตะวันโผเข้าไปกอดพ่อกับแม่ไว้แน่น สุขใจที่ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า สายกับอินตาสบตากัน ไม่ค่อยสบายใจนัก

สายรอจนตะวันนอนหลับ จึงแอบมาต่อว่าอินตาที่ดึงลูกมาตกระกำลำบากกับเราสองคน อินตาไม่มีทางเลือก ขืนปล่อยลูกกลับไปบ้านเดชาบดินทร์ อาจจะไม่ปลอดภัย เพราะไม่แน่ใจว่านเรนทร์จะเปลี่ยนนิสัยได้จริงๆ ไม่อยากเอาชีวิตตะวันไปเสี่ยง

"ฉันอยากเจอลูกนเรนทร์อีกครั้ง ขอแม่อย่างฉันมองแววตาลูกนเรนทร์อีกสักครั้ง ฉันจะบอกได้เลยว่าลูกจะเป็นคนดีได้ไหม" สายสีหน้ามุ่งมั่น

ooooooo

วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

'ขนมจีน' อินจัด! ร้องเพลงซึ้งน้ำตาซึม

ร้องเพลงโดนใจแฟนๆ มาตั้งแต่อัลบั้มแรก จนมาถึงอัลบั้มชุดที่ 3 เลิฟฟูล ก็ไม่ทำให้ผิดหวังสำหรับสาวเสียงดี ขนมจีน-กุลมาศ ลิมปวุฒิวรานนท์ ค่าย กามิกาเซ่ ในเครือ อาร์เอส ล่าสุดกับซิงเกิ้ลใหม่ เลิกกับฉันได้มั๊ย ที่ทะยานขึ้นชาร์ตเกือบทุกคลื่นวิทยุเป็นที่เรียบร้อย ซึ่ง ขนมจีน เล่าว่าทุกครั้งที่ร้องเพลงจะเต็มที่สุดๆแถมบางทีมีน้ำตาไหลออกมาด้วย "เรื่องร้องเพลงขนมจีนบอกได้คำเดียวว่าทุกครั้งที่ร้องเพลงก็จะเต็มที่สุดๆค่ะ ไม่อยากให้คนที่รอชมคอนเสิร์ตของเราต้องผิดหวัง ขนมจีนเชื่อว่าคนทำงานเพลงทุกคนก็อยากให้เป็นแบบนั้นเหมือนกัน (ยิ้ม) เพราะฉะนั้นเวลาที่รู้ว่าจะต้องไปงานตามที่ต่างๆจะขอเก็บตัวซ้อม บางทีเวลามีน้อยก็จะอาศัยเวลาอยู่บ้านนั่งซ้อมร้องเองคนเดียว (หัวเราะ) พอถึงเวลาแสดงจริง แฟนๆหลายคนก็จะบอกว่าชอบนะ เก่งจัง พอเราได้ยินก็ดีใจมากๆแล้ว อย่างล่าสุดขนมจีนร้องเพลงอยู่ดีๆก็แอบมีน้ำตาไหลออกมาบ้าง ยิ่งเพลงเศร้าๆขนมจีนก็จะอินไปกับเพลงด้วย บางครั้งก็เห็นแฟนๆแอบตกใจเหมือนกันว่าขนมจีนเป็นอะไร (หัวเราะ) แต่จริงๆแล้วเวลาร้องเพลง ไม่ว่าจะเป็นเพลงของตัวเองหรือเพลงอื่นๆ ขนมจีนจะนึกถึงเนื้อหาเพลงที่เรากำลังร้องอยู่ ซึ่งบางทีเหตุการณ์แบบนั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับเราเลย เพียงแต่เพลงมีความหมายดีมากเท่านั้นเอง เลยทำให้ขนมจีนอินไปกับเพลงที่ร้องอยู่ทุกครั้งเลยค่ะ บางครั้งแอบเห็นแฟนๆน้ำตาซึมไปกับเราด้วย"

วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

"ออลอินวัน-ดีไอวาย-เรโทร" เทรนด์สินค้ามาแรงหลังวิกฤติ

เอ็กซิมแบงก์เผยเทรนด์ 10 สินค้ามาแรงหลังวิกฤติ เหตุผู้บริโภคเริ่มเลือกเฟ้นมากขึ้น กลุ่มสินค้าออลอินวัน-ดีไอวาย-เรโทรย้อนยุคนำโด่ง แนะผู้ผลิตศึกษารสนิยมผู้บริโภคใกล้ชิด

ฝ่ายวิจัยธุรกิจธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) รายงานเรื่อง "Top 10 สินค้ามาแรงหลังวิกฤติเศรษฐกิจ" ว่าจากการที่เศรษฐกิจโลกหดตัวในช่วงที่ผ่านมา ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ส่งผลให้พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยเปลี่ยนแปลงไป โดยพบว่าผู้บริโภคมีแนวโน้มลดการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือย เช่นการซื้อบ้านหลังที่ 2 และสินค้าแฟชั่นลดลง รวมทั้งความนิยมหาความสุขความบันเทิง อาทิ รับประทานอาหาร ดูหนังฟังเพลง และออกกำลังกายที่บ้านมากขึ้น แทนการไปทำกิจกรรมต่างๆนอกบ้าน

อย่างไรก็ตาม หลังจากผู้บริโภคผ่านประสบการณ์ในการใช้จ่ายทั้งในช่วงเศรษฐกิจเฟื่องฟูและช่วงซบเซามาแล้ว มีความเป็นไปได้ว่าผู้บริโภคจะคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆนอกเหนือจากปัจจัยด้านราคาในการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ โดยแนวโน้มสินค้าที่คาดว่าจะได้รับความนิยมและมาแรงในตลาดการค้าหลังวิกฤติเศรษฐกิจมีดังนี้ 1.สินค้าอเนกประสงค์ (All-in-one) เช่น โทรศัพท์มือถือที่ไม่เป็นเพียงเครื่องมือติดต่อสื่อสารเท่านั้น แต่ยังต้องสามารถใช้เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา กล้องถ่ายรูป และเครื่องเสียง ไปพร้อมๆกัน 2.สินค้าที่มุ่งตอบสนองความพึงพอใจส่วนบุคคล โดยเฉพาะสินค้าที่ผู้บริโภคสามารถประกอบได้เอง (DIY)

3.สินค้าย้อนอดีตที่ผสมผสานความทันสมัย (Retro Nova) ผลพวงของยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความไฮเทค ทำให้เกิดกระแสที่ผู้คนเริ่มหันกลับมาให้ความสำคัญกับความคลาสสิกของอดีต จึงเกิดการผลิตสินค้าในลักษณะ Retro Nova โดยสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งในเรื่องการนำเทค-โนโลยีทันสมัยที่ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการใช้สอย ควบคู่ไปกับการสร้างความสุขทางด้านจิตใจผ่านการย้อนมองภาพในอดีต เช่น นาฬิกาที่มีรูปลักษณ์ย้อนยุค เครื่องเสียงที่เลียนแบบวิทยุโบราณ แต่มีฟังก์ชั่นการใช้งานครบครัน เป็นต้น

4.สินค้าที่ทำด้วยมือ (Handmade) คาดว่าจะได้รับความนิยมมากขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะสามารถสร้างจุดขายจากความแตกต่างและการมีเอกลักษณ์ เฉพาะตัวได้มากกว่าสินค้าที่ผลิตครั้งละจำนวนมาก 5.สินค้าที่เน้นการออกแบบและบรรจุภัณฑ์ (Design & Packaging) มีส่วนทำให้ผู้บริโภคลดความสนใจในปัจจัยด้านราคาและคุณภาพลง แต่หันมาให้ความสนใจกับสิ่งที่สามารถตอบสนองความต้องการด้านจิตใจ

6.สินค้าที่ปฏิบัติอย่างเป็นธรรม (Fair Trade) ในกระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยปัจจุบันผู้บริโภคโดยเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้ว หันมาใส่ใจสินค้าที่มีกระบวนการผลิต Fair Trade คือใช้วัตถุดิบที่ซื้อจากเกษตรกรในประเทศกำลังพัฒนาด้วยราคาที่เป็นธรรม ไม่มีการกดขี่แรงงาน คำนึงถึงประเด็นความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจ (CSR) มาเป็นปัจจัยประกอบการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการมากขึ้น

7.สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Product) 8.สินค้าพร้อมรับประทาน (Ready- to-Eat) เพราะวิถีการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบและชั่วโมงการทำงานที่มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคของผู้บริโภคยุคใหม่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด 9.สินค้าเพื่อสุขภาพ (Organic & Function Food) และ 10.สินค้าที่คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Walfare) ผู้บริโภคโดยเฉพาะประเทศในยุโรป หันมาให้ความสำคัญเรื่องสวัสดิภาพสัตว์กันมากขึ้น

ฝ่ายวิจัยธุรกิจของเอ็กซิมแบงก์ระบุว่า จากความต้องการสินค้าและบริการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ถือเป็นความเสี่ยงและโอกาสของผู้ประกอบการในการปรับตัวรับกับแนวโน้มตลาดที่เปลี่ยนไป ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องศึกษาการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ บริโภคในสินค้าที่ตนส่งออกอย่างใกล้ชิด รวมทั้งวางกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อรับมือกับสภาพแวด-ล้อมและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง

วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ร้านโหลดเพลง โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก

อาร์เอสเปิดโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก บนเว็บไซต์ ใหม่ เพื่อเติมเต็มธุรกิจเพลงให้ก้าวสู่การเป็น Fully Digital Music ภายใต้แนวคิด "ร้านโหลด เพลงออนไลน์ ที่หาเพลงอะไรก็เจอ" ชูจุดเด่นระบบการค้นหาเพลงอัจฉริยะ ที่ใช้งานง่ายและทันสมัยตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ร่วมแชร์เพลงที่ชอบของตัวเองไปสู่เพื่อนๆที่เข้ามาเล่นกว่าแสนคนต่อวันได้ รวมถึงการเชื่อมต่อไปกับโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กอื่นๆได้อีกด้วย อาทิ facebook, twitter, hi5 หรือแม้แต่ zheza. com ของเราเองก็ได้เช่นกัน ทำให้เพิ่มโอกาสในการโหลดเพลงมากขึ้น นอกจากนี้ด้วยเพลงจำนวนเป็นหมื่นเพลงมีให้เลือก โดยคอนเทนต์ ที่ทางอาร์เอสได้นำมาให้บริการบนเว็บไซต์เพลงดอทคอมรูปแบบใหม่ในครั้งนี้มีจำนวนกว่า 30,000 เพลง และจำแนกเพลงทั้งหมดออกเป็น 4 เซกเมนต์ ประกอบไปด้วยป๊อป, อินดี้, ลูกทุ่งเพื่อชีวิต และเพลงเก่าในอดีต ทั้งนี้เพื่อให้สอด คล้องกับตลาดที่มีความต้องการเพลงในทุกๆกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่วัยรุ่นถึงวัยทำงาน ทั้งคนในเมืองและนอกเมือง คลิกที่ www.pleng.com

วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

'กรู๊ฟไรเดอร์'นำทีมชวนชาวอินดี้เมืองเหนือมันส์สุดขีด

ได้ 4 วงฮิต มายด์, สครับบ์, ที-โบน และ กรู๊ฟไรเดอร์ส มามาร่วมเล่นดนตรีให้ชาวเหนือได้สนุกอย่างเมามันส์ในคอนเสิร์ตครั้งสำคัญ บี มอร์ ฮิตซ์ ยูไนเต็ด คอนเสิร์ต บนเวทีกลางแจ้ง จ.เชียงใหม่ ทำเอาถูกอกถูกใจวัยรุ่นแนวอินดี้ชาวเหนือที่แห่กันมามันส์อย่างล้นหลาม เปิดตัวคอนเสิร์ตด้วยวง มายด์ วงวัยรุ่นน้องใหม่ที่มาด้วยมาดกวนๆ แปลงเพลงจังหวะร็อกเป็นจังหวะโจ๊ะ จากนั้นเบรกอารมณ์กับ วงสครับบ์ ที่ส่งเพลงเพราะๆ ตามมาติดๆ ต่อจากนั้นเต้นมันส์ๆแบบสกากับ ที-โบน ปิดท้ายด้วยศิลปินที่ทุกคนรอคอย กรู๊ฟ ไรเดอร์ส ที่เรียกเสียงกรี๊ดไปได้ตามคาด ปิดท้ายความพิเศษของคอนเสิร์ตครั้งนี้กันด้วยการรวมตัวของทั้ง 4 กลุ่มศิลปินเป็นซูเปอร์แบนด์ที่นำเพลงเพราะมาคัฟเวอร์ใหม่ให้ได้ฟังกันอย่างจุใจ กรู๊ฟไรเดอร์เรียกเสียงกรี๊ดไปเพียบ

ส่วนใครที่พลาดงานนี้ก็ต้องรอดูว่าคอนเสิร์ตสุดมันส์แบบนี้ครั้งต่อไปจะจัดขึ้นที่ไหน และจะมีศิลปินคนใดมาวาดลวดลายบนเวทีอีกต้องติดตามกัน!!